วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ครั้งที่ 6



วันศุกร์ที่   14   กุมภาพันธ์  พ.ศ 2563

 เวลาเรียน  13:30-16:30 น.

 อ.  กฤตธ์ตฤณน์    ตุ๊หมาด  


วันนี้อาจารย์ให้นำเสนอบทความเกี่ยวกัพฤติกรรมของเด็กปฐมวัย

    พฤติกรรมของเด็กวัย 3-5 ปี
(พ.ญ. แก้วตา นพมณีจำรัสเลิศ)
ชอบตั้งคำถาม  เด็กในวัยนี้มีพัฒนาการทางภาษาค่อนข้างมาก  สามารถเล่าเรื่องเป็นประโยคยาวๆได้  ร้องเพลงง่ายๆได้   ทำให้มักชอบตั้งคำถาม   ช่างคิด  ช่างสงสัยในสิ่งต่างๆ
เริ่มช่วยเหลือตนเองได้  เช่น รับประทานอาหาร  แต่งตัว  ทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ ด้วยตนเอง   และยังชอบช่วยผู้ใหญ่ทำงานเล็กๆน้อยๆ เราควรส่งเสริมให้เด็กเกิดความภูมิใจด้วยการชื่นชมในสิ่งที่เด็กทำ  และให้ได้ลองทำสิ่งใหม่ๆด้วยตนเอง

    เล่นกับเพื่อน มักจะเล่นอยู่ในกลุ่มเพื่อน 2-3 คน ทำให้ได้เรียนรู้เงื่อนไขทางสังคมใหม่ๆที่นอกเหนือไปจากที่บ้าน  เริ่มบอกความแตกต่างระหว่างเพศได้  Piaget นักจิตวิทยากลุ่มที่เน้นความรู้ความเข้าใจ (Cognitive) กล่าวว่า เด็ก 3-5 ขวบ เรียนรู้พฤติกรรมทางสังคมจากเพื่อนในโรงเรียนอนุบาลหรือเพื่อนบ้านวัยเดียวกัน แต่เด็กวัยนี้ยังเข้าใจถึงความถูกต้องและความผิดไม่ลึกซึ้งนัก
มีจินตนาการ  เด็กวัยนี้ชอบของเล่นที่ใช้ความคิด  หากได้เล่นจินตนาการ  หรือแสดงบทบาทสมมุติจะเล่นได้เรื่อยๆ เป็นสิ่งที่เราควรส่งเสริมเพราะช่วยให้เด็กได้มีจินตนาการ  และเป็นการปลดปล่อย   บางครั้งเวลาให้เล่าเรื่องอาจเป็นเรื่องจริงปนเรื่องสมมุติ  พ่อแม่และผู้ปกครองควรต้องระวังไม่ให้กลายเป็นติดนิสัยโกหก  โดยไม่ควรใช้วิธีดุว่าด้วยถ้อยคำรุนแรง  แต่อาจใช้วิธีการทำให้เด็กรู้ว่ากำลังพูดเรื่องโกหก เช่น

คุณแม่ – ใครทำน้ำหก
หนูเล็ก- พี่แดงทำค่ะ
คุณแม่ – พี่แดงไปโรงเรียนแล้ว จ๊ะ หนูไปเอาผ้ามาเช็ด วันหลังต้องอย่าวิ่งเวลาถือแก้วน้ำนะจ๊ะลูก

     เจ้าอารมณ์  เด็กในวัยนี้มักแสดงอารมณ์ออกมาอย่างเปิดเผย  เช่น โมโห  ไม่พอใจมักแสดงอาการกระทืบเท้า   อิจฉาอะไรโดยไม่มีสาเหตุ  และกลัวอะไรอย่างสุดขีด  อาจเกิดจากสัญชาตญาณหรือระดับสติปัญญาที่เพิ่มมากขึ้น  ทำให้รู้ว่าสิ่งใดมีอันตราย


  การประเมินผล 

ประเมินอาจารย์  คอยให้คำแนะนำเพิ่มเติม
ประเมินเพื่อน  นำเสนองานได้ดี
ประเมินตนเอง ยังนำเสนอได้ไม่ดีนัก ยังอ่านจออยู่


ครั้งที่ 5


วันศุกร์ที่   7   กุมภาพันธ์  พ.ศ 2563

 เวลาเรียน  13:30-16:30 น.

 อ.  กฤตธ์ตฤณน์    ตุ๊หมาด 

วิธีการการศึกษาพฤติกรรมเด็กปฐมวัย


วิธีการศึกษาพฤติกรรม คือ วิธีการที่ถูกนำมาใช้ในการแสวงหาความรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับพฤติกรรม จะนำวิธีการทางวิทยาศาสตร์มาใช้   ในการแสวงหาความรู้ วิธีการทางวิทยาศาสตร์นี้ ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน คือ กำหนดปัญหา       ตั้งสมมุติฐาน รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล    และสรุปผล 


วิธีการที่ใช้ในการสังเกตพฤติกรรมเด็กปฐมวัย
  1. การศึกษาแบบธรรมชาติ  
  2. การรายงานผลตนเอง  
  3.  การศึกษาแบบคลินิก 
  4. การศึกษาเชิงมนุษยวิทยา 

เครื่องมือที่ใช้ในการสังเกต


1. การบันทึกระเบียนพฤติการณ์ 
2. การบันทึกต่อเนื่อง 
3. การบันทึกแบบสุ่มเวลา
4. การบันทึกสุ่มเหตุการณ์ 
5. แบบตรวจสอบรายการ
6. แบบประเมินค่า หรือมาตรประเมินค่า 





  การประเมิน  

ประเมินอาจารย์ อาจารย์สอนดี เป็นกันเองทำให้บรรยาในห้องดี
ประเมินเพื่อน ตั้งใจเรียนเล่นโทรศัพย์บ้างบางครั้ง
ประเมินตนเอง ตั้งใจเรียนเล่นโทรศัพย์บ้างบางครั้ง


ครั้งที่ 4




วันศุกร์ที่   31   มกราคม  พ.ศ 2563 

เวลาเรียน  13:30-16:30 น

  อ.  กฤตธ์ตฤณน์    ตุ๊หมาด 

“สมรรถนะทั้ง 7 ด้านของเด็กปฐมวัย ”
สมรรถนะ (Competency)
    คือพฤติกรรมบ่งชี้ของแต่ละวัย (ช่วงอายุ) ว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง (Can do)


ความสำคัญ
  -ทำให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็กและครูปฐมวัยมีความรู้ ความเข้าใจ เด็กปฐมวัยมากขึ้น
  -สร้างความตระหนักในความสำคัญของการพัฒนาเด็กในช่วงปฐมวัยมากขึ้น
  -ชี้แนะแนวทางในการพัฒนาเด็กเป็นเสมือน “คู่มือช่วยแนะแนว”
  -ส่งเสริมวิธีการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยให้ได้คุณภาพดียิ่งขึ้น
  -ทำให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กปฐมวัยมีเป้าหมายร่วมกันและประสานประโยชน์เพื่อเด็กได้ดียิ่งขึ้น

สมรรถนะ 7 ด้าน ประกอบด้วย
(1) การเคลื่อนไหวและสุขภาพทางกาย
(2) พัฒนาการด้านสังคม
(3) พัฒนาการด้านอารมณ์
(4) พัฒนาการด้านการคิดและสติปัญญา
(5) พัฒนาการด้านภาษา
(6) พัฒนาการด้านจริยธรรม
(7) พัฒนาการด้านการสร้างสรรค์





  การประเมิน  
 
ประเมินอาจารย์   ค่อยๆสอน มียกตัวอย่าง เข้าใจมากขึ้น
ประเมินเพื่อน เพื่อนตั้งใจเรียน
ประตนเอง ฟังที่อาจารย์สอน





วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2563

ครั้งที่ 3


วันศุกร์ที่   24  มกราคม  พ.ศ 2563 

เวลาเรียน  13:30-16:30 น

  อ.  กฤตธ์ตฤณน์    ตุ๊หมาด 

เรื่อง พัฒนาการเด็กปฐมวัย 

ความสำคัญ

1.พัฒนาการผิดปกติ
   -ถ้าพบเร็วแก้ไชได้เร็ว สามารถกลับมีพัฒนาการปกติได้ 
   -รายที่แก้ไขไม่ได้ หาทางให้มีพัฒนาการใกล้เคียงปกติมากที่สุด หรือส่งต่อ
2.พัฒนาการปกติ
   -ส่งเสริมให้มีพัฒนาการได้อย่างเต็มที่

แรกเกิด-อายุต่ำกว่า 1 เดือน 
     - มองหน้าสบตา 
     - ตอบสนองต่อเสียงพูด ทำเสียงในลำคอ

อายุ 1-2 เดือน
     - สนใจฟัง และมองหาเสียง ทำเสียงอูอา โต้ตอบ
     - มองหาสิ่งที่เคลื่อนไหว
     - ชันคอในท่าคว่ำ

อายุ 3-4 เดือน
     - หันหาเสียง
     - หัวเราะได้
     - ส่งเสียงอ้อแอ้โต้ตอบ
      - มองตามด้านหนึ่งสุดอีกด้านหนึ่ง
      - ท่าคว่ำใช้แขนยันชูคอ 90 องศา

อายุ 5-6 เดือน     - แสดงอารมณ์และท่าทาง เช่น ขัดใจ ดีใจ
     - หันตามเสียงเรียกชื่อ
     - ส่งเสียงสูง ต่ำ
     - คว้าของมือเดียว และเปลี่ยนมือถือของได้

อายุ 7-8 เดือน
     - ทำเสียงพยางค์เดียว เช่น จ๊ะ หม่ำ
     - มองตามของตก
     - นั่งทรงตัวได้เองโดยไม่ต้องใช้มือยัน

อายุ 9-10 เดือน
     - เล่นจ๊ะเอ๋
     - ใช้ท่าทางหรือการชี้บอกความต้องการ
     - ใช้นิ้วชี้และนิวหัวแม่มือหยิบของ
     - เกาะยืนและเหนี่ยวลุกตัวยืนจากท่านั่ง

อายุ 11-12 เดือน
     - เลียนแบบท่าทาง
     - เข้าใจเสียงห้ามและหยุดทำ
     - ยืนได้เองชั่วครู่ หรือตั้งไข่

อายุ 13-15 เดือน
     - ทำตามคำบอกง่ายๆ
     - พูดคำที่มีความหมายได้ 1-3 คำ
     - เดินได้เอง

อายุ 16-18 เดือน
     - รู้จักปฏิเสธ
     - ทำตามคำสั่งง่ายๆโดยการชี้อวัยวะ 1-2 ส่วน
     - วางของซ้อนกัน 2-3 ชั้น

อายุ 19-24 เดือน
     - คำพูดต่อกัน 2 คำอย่างมีความหมาย
     - เปิดหน้าหนังสือได้ทีลุะหน้า

อายุ 25-30 เดือน
     - พูดคุยโต้ตอบเป็นประโยคสั้นๆ
     - ชี้ หรือทำตามคำบอก เช่น ชี้อวัยวะอย่างน้อย 6 ส่วน
     - ขีดเขียนเป็นเส้นวนๆ

อายุ 31-36 เดือน
     - รู้จักรอคอย
     - บอกชื่อตนเองได้
     - เข้าใจเพศ ชาย-หญิง

อายุ 37-48 เดือน
     - บอกได้อย่างน้อย 1 สี
     - เขียนวงกลมตามแบบได้
     - พูด เล่าเรื่องให้คนอื่นเข้าใจเกือบทั้งหมด

อายุ 49-60 เดือน
     - เข้าใจ และอธิบายเหตุผลต่างๆ
     - นับและรู้จำนวน 1 -5 
     - บอกสีได้ 4 สี
     - วาดรูปคนอย่างง่ายๆ

อายุ 61-72 เดือน
     - รู้จักซ้าย ขวา ข้างบน     ข้างใต้ ข้างหลัง
     - รู้จำนวน 1-10 ชิ้น
     - วาดรูปสามเหลี่ยม



ครั้งที่2

วันศุกร์ที่   17  มกราคม  พ.ศ 2563 

เวลาเรียน  13:30-16:30 น

  อ.  กฤตธ์ตฤณน์    ตุ๊หมาด 


 เรื่องการศึกษาพฤติกรรมเด็กฐมวัย

 พฤติกรรม มีความหมาย ใน 2 แง่
    1. การกระทำต่างๆ ซึ่งสิ่งมีชีวิตกระทำขึ้นและผู้อื่นสังเกตได้จากการกระทำนั้น เช่น หัวเราะ ร้องไห้
    2. กระบวนการต่างๆ ที่บุคคลปฏิบัติต่อสภาพแวดล้อมของบุคคลเหล่านั้นโดยมีวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง และอยู่ภายใต้ความรู้สึก นึกคิด

ประเภทของฤติกรรม มี 2ประเภท

    1.พฤติกรรมภายนอก
      พฤติกรรมภายนอก (Overt Behavior) คือ การกระทำหรือปฏิกิริยาทางร่างกาย ที่ทั้งเจ้าตัวและบุคคลอื่นสามารถสังเกต
     2.พฤติกรรมภายใน
พฤติกรรมภายใน (Covert Behavior)  คือ        กระบวนการที่เกิดขึ้นในตัวบุคคลจะโดยรู้สึกตัวหรือไม่รู้สึกตัวก็ตาม เป็นกระบวนการที่ไม่สามารถสังเกตได้และไม่สามารถใช้เครื่องมือวัดได้โดยตรง






  สิ่งเร้า 

    สิ่งเร้าภายใน ได้แก่ สิ่งเร้าที่เกิดจากความต้องการทางกายภาพ เช่น ความหิว ความกระหาย สิ่งเร้าภายในนี้จะมีอิทธิพลสูงสุดในการกระตุ้นเด็กให้แสดงพฤติกรรม และเมื่อเด็กเหล่านี้โตขึ้นในสังคมสิ่งเร้าใจภายในจะลดความสำคัญลง สิ่งเร้าใจภายนอกที่เด็กได้รับรู้ทางสังคมจะมีอิทธิพลมากกว่าในการกำหนดว่าบุคคลควรจะแสดงพฤติกรรมอย่างไรต่อผู้อื่น

       สิ่งเร้าภายนอก ได้แก่ สิ่งกระตุ้นต่างๆ สิ่งแวดล้อมทางสังคมที่สามารถสัมผัสได้โดยประสาททั้ง 5 คือ หู ตา คอ จมูก การสัมผัส



วิธีการเสริมแรงบวก

  1. การให้อาหาร น้ำ เครื่องยังชีพ
  2. การให้แรงเสริมทางสังคม เช่น การยอมรับ การยกย่อง การชมเชย
  3. การให้รางวัล แต้ม ดาว
  4. การให้ข้อมูลย้อนกลับ เช่น การรับแจ้งว่าพฤติกรรมที่กระทำนั้นเหมาะสม
  5. การใช้พฤติกรรมที่ชอบกระทำมากที่สุดมาเสริมแรงพฤติกรรมที่ชอบกระทำน้อยที่สุดเป็นการวางเงื่อนไข เช่น เมื่อทำการบ้านเสร็จแล้วจึงอนุญาตให้ดูทีวีได้




  การประเมิน  

ประเมินอาจารย์  อาจารย์ค่อยๆสอนค่อยอธิบายเข้าใจง่าย
ประเมินเพื่อน เพื่อนตั้งใจฟัง มีพูดคุยบ้าง
ประเมินตนเอง ฟังอาจารย์ มีเล่นโทรศัพย์คุยกับเพื่อนบ้าง


ครั้งที่1




วันศุกร์ที่   10   มกราคม  พ.ศ 2563 

เวลาเรียน  13:30-16:30 น

  อ.  กฤตธ์ตฤณน์    ตุ๊หมาด 


วันนี้เป็นสัปดาห์แรกของการเรียนวิชานี้  อาจารย์พูดอธิบายเนื้อหาการเรียนคร่าวๆ 
เกณฑ์การให้คะเเเนน ภาระงานต่างๆ และ อาจารย์ก็แจกใบปั้มคะแนนเข้าเรียนเหมือทุกๆเทอม






                    จากนั้นอาจารย์ก็ให้เล่นเกมเป็นคำถามก่อนเรียน เนื้อหาก็จะเกี่ยวกับรายวิชานี้  ฉันเล่นได้คะแนนเป็นอันดับ1  อาจถูกพอๆกับเพื่อนหลายๆคนแต่ที่ได้คะแนนเยอะสุดน่าจะเป็นเพราะตอบเร็ว🤣
และหลังจากจบเกมอาจารย์ก็มีของขวัญน่ารักๆแจกให้❤️






  การประเมิน  

ประเมินอาจารย์ : อาจารย์น่ารักเหมือนเดิม พูดคุยเป็นกันเองคาบแรกยังสบายๆอยู่ 
ประเมินเพื่อน : เพื่อนๆทุกคนต่างก็ตั้งใจทำแบบทดสอบ 
ประเมินตนเอง : ตั้งใจทำแบบทดสอบเช่นกัน มีมั่วบ้างรู้บ้างบางข้อ




ครั้งที่ 13

วันศุกร์ที่  24 เมษานน  พ.ศ 2563  เวลาเรียน  13:30-16:30 น    อ.  กฤตธ์ตฤณน์    ตุ๊หมาด             วันนี้อาจารย์ย้ำถึงงานช...