อ. กฤตธ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด
นำเสนองานวิจัย
งานวิจัยเรื่องการศึกษาพฤติกรรมความสุขของเด็กปฐมวัยโดยใช้กิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิต
การศึกษาระดับ
ชั้นอนุบาล2
มหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ชื่อผู้วิจัย
ศรีวิไล เชาวน์ปรีชา
ปีการศึกษา
2550
ความสำคัญและความเป็นมาของปัญหาการวิจัย
ประเด็นที่ 1 : เนื่องจากครูโดยทั่วไปมุ่งสอนเนื้อหามากกว่าสร้างเสริมลักษณะนิสัยของเด็กด้านพฤติกรรม ความสุข
ประเด็นที่ 2 : ครูควรส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนให้มีความสุขสนุกชวนให้เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ตั้งความมุ่งหมาย เพื่อศึกษาพฤติกรรมความสุขของเด็กปฐมวัยก่อน
และหลังการใช้กิจกรรมการศึกษาคุณค่าเพื่อชีวิตโดยรวมและจำแนกเป็นหลายด้าน คือ
1. สนุกสนานกับประสบการณ์แห่งความสุข
2. เพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับความสุข
3. เสริมสร้างทักษะทางสังคมสำหรับความสัมพันธ์ที่เป็นความสุข
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
เพื่อศึกษาพฤติกรรมความสุขของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการใช้กิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิต โดยรวมและจำแนกเป็นหลายด้าน คือ ด้านสนุกสนานกับประสบการณ์แห่งความสุข ด้านเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับความสุข และด้านเสริมสร้างทักษะสังคมสำหรับความสัมพันธ์ที่มีความสุข
ขอบเขตของการศึกษาวิจัย
1. ประชากร
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชาย – หญิง อายุระหว่าง 5 – 6 ปี กำลัง
ศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2549 โรงเรียนวัดอ่างแก้ว (จีบ ปานขำ)
แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร สังกัดสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร
จำนวน 4 ห้องเรียน จำนวน นักเรียน 140 คน
2. กลุ่มตัวอย่าง
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชาย – หญิง อายุระหว่าง 5 – 6 ปีกำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2549 โรงเรียนวัดอ่างแก้ว (จีบ ปานขำ) แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร สังกัดสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้มาโดยวิธีสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) มา 1 ห้องเรียน จากจำนวน 4 ห้องเรียน และสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยการจับฉลากนักเรียนห้องที่สุ่มได้ เพื่อจัดเป็นกลุ่มทดลองจำนวน 15 คน
ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย
ตัวแปรอิสระ/ตัวแปรต้น /ตัวจัดกระทำ
การใช้กิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิต
ตัวแปรตาม พฤติกรรมความสุข
นิยามศัพท์เฉพาะ
1. เด็กปฐมวัย หมายถึง นักเรียนชาย-หญิง อายุระหว่าง 5-6 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 2
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2549 โรงเรียนวัดอ่างแก้ว (จีบ ปานขำ) แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ
กรุงเทพมหานคร สังกัดสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร
2. พฤติกรรมความสุข หมายถึง การแสดงออกมาที่สะท้อนถึงความสุขอยู่ในระหว่างที่ได้จัด
กิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิต หมวดบทเรียนความสุข โดยแสดงความรู้สึกเป็นการตอบด้วยถ้อยคำ และการแสดง
พฤติกรรมการปฏิบัติตน เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นว่านักเรียนมีพฤติกรรมความสุข ซึ่งวัดโดยแบบสังเกตที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
สมมุติฐานการวิจัย
เด็กปฐมวัยที่ได้รับการใช้กิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิตมีพฤติกรรมความสุขสูงขึ้น
งานวิจัยนี้นำแนวคิดทฤษฏีทางการศึกษาพฤติกรรมใดมาใช้บ้าง
1. สร้างความรักและศรัทธา ต่อการเรียนเป็นสิ่งจำเป็นมาก เพราะจะช่วยให้นักเรียนเกิด
ความรัก ความสนใจต่อบทเรียน ต่อครู และผู้ร่วมเรียน การสร้างศรัทธาจะเกิดขึ้นได้ โดยการสร้างความ
เข้าใจที่ตรงกัน ครูต้องเข้าใจนักเรียน ครูต้องเข้าใจตนเอง รู้บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ รู้สภาพ
ของตัวเอง
2. เห็นคุณค่าจากการเรียนรู้ การเรียนของเด็กจะประสบความสำเร็จ เมื่อเขาเห็นคุณค่า
ของการเรียนรู้ว่าเรียนไปทำไม เรียนไปเพื่ออะไร เรียนแล้วได้อะไร เรียนแล้วจะเป็นอะไร เด็กจะเห็นว่า
บทเรียนแต่ละบทมีคุณค่าก็ต่อเมื่อสิ่งที่เขาเรียนนั้นเป็นประโยชน์ และมีความหมายต่อตัวเอง
3. เปิดประตูสู่ธรรมชาติ การเรียนแต่เฉพาะในห้องเรียนบางครั้งอาจจะรู้สึกคับแคบและ
อึดอัดทั้งครูและเด็กจะรู้สึกสดชื่น และมีชีวิตชีวาขึ้นหากได้มีการออกไปนอกห้องเรียน เด็กนั้นตามธรรมชาติของเขาเป็นนักค้นคว้า และชอบเสาะแสวงหาคำตอบเกี่ยวกับโลกรอบตัว
4. ความมุ่งมาดและมั่นคง การรู้จักตัวเอง รู้จุดดี จุดด้อยของตน ยอมรับสภาวะแห่งตน
ไม่ดูถูกตนเอง ไม่โทษคนรอบข้าง ใจกว้าง และพร้อมจะปรับปรุงแก้ไขรู้จักระงับอารมณ์ มั่นใจและตั้งใจจริง ย่อมจะนำความสำเร็จในชีวิต
วิธีดำเนินการวิจัย
ประชากร
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชาย-หญิง อายุระหว่าง 5-6 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2549 โรงเรียนวัดอ่างแก้ว (จีบ ปานขำ) แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร สังกัดสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร จำนวน 4 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 140 คน
กลุ่มตัวอย่าง
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่นักเรียนชาย-หญิง อายุระหว่าง 5-6 ปีที่กำลังศึกษาอยู่ชั้น อนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2549 โรงเรียนวัดอ่างแก้ว (จีบ ปานขำ) แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร สังกัดสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้มาโดยวิธีสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) มา 1 ห้องเรียน จากจำนวน 4 ห้องเรียน และสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยทำการจับฉลากนักเรียนห้องที่สุ่มได้ เพื่อจัดเป็นกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 15 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
1. แผนการจัดกิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิต
2. แบบสังเกตพฤติกรรมความสุข
การดำเนินการวิจัย
ในการวิจัยเรื่องการศึกษาพฤติกรรมความสุขของเด็กปฐมวัยโดยใช้กิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิต
ผู้วิจัยได้ดำเนินการศึกษาตามลำดับขั้นตอนดังนี้
1. การกำหนดประชากร และกลุ่มตัวอย่าง
2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
3. การเก็บรวบรวมข้อมูล4. การวิเคราะห์ข้อมูล และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
การวิเคราะห์ข้อมูล
ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ ผู้วิจัยดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป
1. วิเคราะห์หาสถิติพื้นฐานของพฤติกรรมความสุขของเด็กปฐมวัย
2. เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างคะแนนพฤติกรรมความสุข ก่อน – หลัง โดยใช้สูตร (t – test dependent )
การวิเคราะห์ข้อมูล
1. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมความสุขของเด็กปฐมวัย
หาความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของแบบสังเกตพฤติกรรมความสุขของเด็กปฐมวัยโดยใช้ดัชนี
ความสอดคล้องระหว่างลักษณะพฤติกรรมกับจุดประสงค์ (บุญเชิด ภิญโญอนันตพงษ์. 2526 : 89)
( IOC = N , Σ R ) เมื่อ IOC แทน ดัชนีความสอดคล้องระหว่างลักษณะพฤติกรรมกับจุดประสงค์
Σ R แทน ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ
N แทน จำนวนผู้เชี่ยวชาญ
สรุปผลการวิจัย
จากการวิเคราะห์ข้อมูลสรุปได้ดังนี้
1. เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิต มีพฤติกรรมความสุขโดยรวมหลังการ
ทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
2. เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิต มีพฤติกรรมความสุข ด้านสนุกสนานกับ
ประสบการณ์แห่งความสุข ด้านเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับความสุข ด้านเสริมสร้างทักษะทางสังคมสำหรับ
ความสัมพันธ์ที่เป็นความสุข เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 และ
สอดคล้องกับการสังเกตพฤติกรรมความสุขของเด็กปฐมวัยขณะร่วมกิจกรรมที่ครูบันทึกไว้
ข้อเสนอแนะ
1. การจัดทำแผ่นภาพกิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิตที่แสดงออกถึงพฤติกรรมความสุขมาติดใน
ห้องเรียน ให้อยู่ระดับสายตา เป็นสื่อที่ดีให้เด็กเข้าไปศึกษาเพิ่มเติม
2. การใช้คำพูดที่เป็นรูปธรรมมากกว่านามธรรม
3. ครูผู้สอนต้องทำตนเองให้มีคุณสมบัติที่สร้างบรรยากาศที่มีคุณค่าเป็นพื้นฐาน เป็นการ
สนับสนุนให้เด็กพัฒนาพฤติกรรมความสุขให้มากที่สุด
4. ครูผู้สอนสามารถนำแผนการจัดกิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิตไปประยุกต์ใช้ร่วมกับการจัด
กิจกรรมหลักของเด็กปฐมวัยในแต่ละวันได้
เอกสารอ้างอิง / บรรณานุกรม
http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Ear_Chi_Ed/Sriwilai_C.pdf
สะท้อนองค์ความรู้ที่ได้จากวิจัย
1. เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิต มีพฤติกรรมความสุขโดยรวมหลังการ
ทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
2. เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิต มีพฤติกรรมความสุข ด้านสนุกสนานกับ
ประสบการณ์แห่งความสุข ด้านเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับความสุข ด้านเสริมสร้างทักษะทางสังคมสำหรับ
ความสัมพันธ์ที่เป็นความสุข เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 และ
สอดคล้องกับการสังเกตพฤติกรรมความสุขของเด็กปฐมวัยขณะร่วมกิจกรรมที่ครูบันทึกไว้