วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

ครั้งที่ 13

วันศุกร์ที่  24 เมษานน  พ.ศ 2563 

เวลาเรียน  13:30-16:30 น

  อ.  กฤตธ์ตฤณน์    ตุ๊หมาด 


         วันนี้อาจารย์ย้ำถึงงานชิ้นเดิม อธิบายเพิ่มเติมให้เพื่อนที่ไม่เข้าใจ บอกวันกำหนดส่งงานนี้  และเมื่อถึงเวลาใกล้ๆส่งประมาณ 1-2 วันอาจารย์ จะส่งแบบประเมินพัฒนาการของเด็กปฐมวัย มาให้ ที่ให้แบบประเมินหลังสุดเพราะ รอให้นักศึกษาทำแบบบันทึกให้ครบก่อน เวลาประเมินจะได้ติ๊กเลยแบบไม่ติดขัด

และอาจารย์ก็บอกแนวข้อสอบ กำหนดสอบ วันที่ 8 พฤษภาคม 2560




   การประเมิน  

    ประเมินอาจารย์ อาจารย์น่ารักเป็นกันเองทุกคาบ ทำให้กล้าที่จะถามเมื่อส่งสัย   ตั้งใจสอนคอยให้คำ                                 แนะนำ บอกตรงที่ทำผิด และเพิ่มเติให้
    ประเมินเพื่อน ตั้งใจฟังไม่พูดแทรก ถามเมื่อมีข้อสงสัย
   ประเมินตนเอง พยายามเข้าใจ ตั้งใจฟัง มีถามบ้างขณะเรียนเมื่อสงสัย แต่ส่วนใหญ่จะสงสัยตอนทำ                                มากว่าตอนเรียน

วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2563

ครั้งที่12



วันศุกร์ที่    17  เมษายน   พ.ศ 2563

 เวลาเรียน  13:30-16:30 น.

 อ.  กฤตธ์ตฤณน์    ตุ๊หมาด  

        เมื่อวาน วันที่ 16 เมษายน 2560 อาจารย์ให้ส่ง แบบบันทึกระเบียนพฤติการสำหรับเด็กปฐมวัย 1ด้าน  และวันนี้อาจารย์ก็สุ่มเลือก 5 คนมาอธิบาย เป็นเป็นตัวอย่างและมีแบบบันทึกของฉันที่โดนสุ่ม 
แต่ถือว่าโชคดีที่ อาจารย์นำของเรามายกตัวอย่างให้เพื่อนฟัง เราจพได้รู้ข้อผิดพลาด จุดบกพร่อง และข้อดีของชิ้นงานตัวเอง 




  การประเมิน 
   
   ประเมินอาจารย์   อาจารย์อธิบายระเอียด และให้คำแนะนำ
   ประเมินเพื่อน ตั้งใจฟัง ไม่พูดแทรก
   ประเมินตนเอง ตั้งใจฟังและจดบันทึกข้อผิดพลาด ข้อดีไว้









ครั้งที่ 11


วันศุกร์ที่  10 เมษายน   พ.ศ 2563 

เวลาเรียน  13:30-16:30 น

  อ.  กฤตธ์ตฤณน์    ตุ๊หมาด 



                 วันนี้อาจารย์ได้เริ่มให้ทำแบบสังเกตุและอาจารย์อธิบายเพิ่มเติมในส่วนที่ยังไม่เข้าใจ



  การประเมิน  

ประเมินอาจารย์ ให้คำแนะนำ สอนเข้าใจง่าย
ประเมินเพื่อน ตั้งใจฟัง ไม่พูดแทรก
ประเมินตนเอง  ตั้งใจฟัง และถามเมื่อไม่เข้าใจ



ครั้งที่ 10

วันศุกร์ที่   3 เมษายน   พ.ศ 2563

 เวลาเรียน  13:30-16:30 น.

 อ.  กฤตธ์ตฤณน์    ตุ๊หมาด  

ใบงาน แบบสังเกตพฤติกรรมเด็กปฐมวัย ให้ทำการสังเกตพฤติกรรมเด็กปฐมวัย โดยใช้ แบบสังเกต
3 แบบ  คือ 
   1.แบบบันทึกระเบียนพฤติการสำหรับเด็กปฐมวัย
   2.แบบบันทึกพฤติกรรมต่อเนื่องสำหรับเด็กปฐมวัย
   3.แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย

ประวัติเด็กๆ ที่ให้เลือกสังเกต

1.อัสมี่ เกิด5กันยายน2557 อายุ5ปี7เดือน  (อัสมี่จะเป็นเด็กค่อนข้างจะเงียบ อารมณ์ เรียกร้อง โมโห แรง)

2.มีอา เกิด25ธันวาคม2558อายุ 4ปี4เดือน (มีอาจะเป็นประมาณเป็นเด็กมีสมาธิในการทำงาน ตั้งใจ แต่อย่าไปแหย่ ไปแกล้งเทอนะ โมโหร้าย)

3.นาดา เกิด6สิงหาคม 2560อายุ2ปี8เดือน (นาดาเอาแต่ใจตัวเอง ที่บ้านตามใจเยอะ)







วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2563

ครั้งที่ 9


วันศุกร์ที่     27   มีนาคม   พ.ศ 2563

 เวลาเรียน  13:30-16:30 น.

 อ.  กฤตธ์ตฤณน์    ตุ๊หมาด  



ปัญหาพัฒนาการเเละพฤติกรรมเด็กปฐมวัย  

ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรม  
            1. สภาพเเวดล้อม
            2. บ้าน โรงเรียนเเละตัวเด็กเอง

ปัจจัยสำคัญมีอิจธิพลต่อการดูเเลเด็ก
              1. ภูมิหลังพ่อเเม่
              2. จิตวิทยาการเลี้ยงดู เช่นการทะนุทะนอม
              3. ความรู้เกี่ยวกับดูเเลเด็ก

หลักในการสักเกตเราจะรู้ได้ไง
             1. ดูจากอายุเเละเกณฑ์
             2. ชนิดของพฤติกรรม
             3. การเเสดงออกพฤติกรรม
             4. ความรุ่นเเรงที่เเสดงออก
             5. ขีดความอดทน พ่อเเม่ ครู ผู้ดูเเล
         

สุขนิสัยการนอนที่ดี      
 1.   กำหนดเวลานอนที่ชัดเจน
 2.   กิจกรรมก่อนนอนควรเป็นกิจกรรมที่สงบไม่กระตุ้นเด็กและปฏิบัติเป็นประจำ
 3.   สอนให้ลูกเข้านอนเอง
 4.   ห้องนอนควรเป็นห้องนอนอย่างเดียว
 5   ตั้งกฏเกณฑ์ว่าเมื่อเข้านอนแล้วไม่มีการลุกมาอีก

 ปัญหาพัฒนาการที่พบบ่อยในเด็ก การพูดช้า  
สาเหตุ   1.  การได้ยินผิดปกติ

                    2.  ปัญญาอ่อน
                    3.  ออทิซึม
                    4.  สมองพิการ
                    5.  พัฒนาการทางภาษาผิดปกติ
      แนวทางในการดูแลเด็กที่มีพัฒนาการทางภาษาล่าช้า
                    1.ออกเสียงพูดให้ชัดเจน
                    2.พูดในสิ่งที่เด็กสนใจอยู่ในเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน
                    3.สร้างโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้ภาษาเพื่อผ่านกิจกรรมต่าง ๆ
                    4.ตั้งคำถามกับเด็กอย่างเหมาะสม
                    5.เป็นผู้ฟังที่ดีขยายความในคำตอบของเด็ก


ประเมิน
                    อาจารย์ : อาจารย์ตั้งใจสอน
                    เพื่อน : ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
                    ตนเอง : ตั้งใจฟัง และให้ความร่วมมือ 








วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2563

ครั้งที่8

วันศุกร์ที่    20  มีนาคม   พ.ศ 2563

 เวลาเรียน  13:30-16:30 น.

 อ.  กฤตธ์ตฤณน์    ตุ๊หมาด  

    วันนี้เป็นการเรียนออนไลน์ครั้งแรก อาจารย์ไลฟ์สดสอนผ่าน ทางFacebook พาไปดูพฤติกรรมของเด็กปฐมวัย คอนข้างสื่อสารกันลำบากเพราะโต้ตอบกับได้อาจารย์ได้เพียง
การพิมพ์คุยกัน เท่านั้น


   จากนั้นอาจารย์ให้ดูคลิป เป็นเด็กที่เลียนแบบพฤติกรรมของตุ๊กตา โดยให้นักศึกษาสังเกตพฤติกรรมของเด็กคนนี้ จากคลิปนี้ นักศึกาษาได้เรียนรู้พฤติกรรมเด็กอย่างไร ตรงกับแนวคิดนักทฤษฏีท่านใด เด็กเรียนรู้อย่างไร ให้สรุปสั้นๆ




 🌈เป็นพฤติกรรมของเด็กที่เลียนแบบท่าทางของตุ๊กตา ตุ๊กตายีราฟหมุนและมีเสียงเพลง เด็กหมุนและทำเสียงแอ้ๆ พอตุ๊กตาหยุดหมุนเด็กก็หยุดตาม
🌈สอดคล้องกับทฤษฎีของแบนดูราเด็กเรียนรู้โดยการสังเกต จดจำ และเลียนแบบสิ่งต่างๆรอบตัว
🌈เด็กเรียนรู้จากสังเกต และเลียนแบบสิ่งเห็น



  การประเมิน  

ประเมินอาจารย์ อาจารย์พยายามค่อยๆพูด ตอบคำถามทุกคำถามที่นักศึกษาพิมพ์ถามมา
ประเมินเพื่อน เพื่อนให้วามร่วมมือเข้ามาดูไลฟ์สด พิมพ์คุยกับอาจารย์
ประเมินตนเอง  พยายามพิมพ์คุยโต้ตอบกับอาจารย์

วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2563

ครังที่ 7



วันศุกร์ที่    13 มีนาคม   พ.ศ 2563

 เวลาเรียน  13:30-16:30 น.

 อ.  กฤตธ์ตฤณน์    ตุ๊หมาด  

นำเสนองานวิจัย

งานวิจัยเรื่องการศึกษาพฤติกรรมความสุขของเด็กปฐมวัยโดยใช้กิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิต

การศึกษาระดับ
     ชั้นอนุบาล2

มหาวิทยาลัย
     มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ       

ชื่อผู้วิจัย
     ศรีวิไล เชาวน์ปรีชา

ปีการศึกษา
     2550

ความสำคัญและความเป็นมาของปัญหาการวิจัย
     ประเด็นที่ 1 : เนื่องจากครูโดยทั่วไปมุ่งสอนเนื้อหามากกว่าสร้างเสริมลักษณะนิสัยของเด็กด้านพฤติกรรม                         ความสุข
     ประเด็นที่ 2 : ครูควรส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนให้มีความสุขสนุกชวนให้เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

วัตถุประสงค์ของการวิจัย
     ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ตั้งความมุ่งหมาย เพื่อศึกษาพฤติกรรมความสุขของเด็กปฐมวัยก่อน
และหลังการใช้กิจกรรมการศึกษาคุณค่าเพื่อชีวิตโดยรวมและจำแนกเป็นหลายด้าน คือ
     1. สนุกสนานกับประสบการณ์แห่งความสุข
     2. เพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับความสุข
     3. เสริมสร้างทักษะทางสังคมสำหรับความสัมพันธ์ที่เป็นความสุข

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
     เพื่อศึกษาพฤติกรรมความสุขของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการใช้กิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิต โดยรวมและจำแนกเป็นหลายด้าน คือ ด้านสนุกสนานกับประสบการณ์แห่งความสุข ด้านเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับความสุข และด้านเสริมสร้างทักษะสังคมสำหรับความสัมพันธ์ที่มีความสุข

ขอบเขตของการศึกษาวิจัย
     1. ประชากร
               ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชาย – หญิง อายุระหว่าง 5 – 6 ปี กำลัง
ศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2549 โรงเรียนวัดอ่างแก้ว (จีบ ปานขำ)
แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร สังกัดสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร
จำนวน 4 ห้องเรียน จำนวน นักเรียน 140 คน
     2. กลุ่มตัวอย่าง 
               กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชาย – หญิง อายุระหว่าง 5 – 6 ปีกำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2549 โรงเรียนวัดอ่างแก้ว (จีบ ปานขำ) แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร สังกัดสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้มาโดยวิธีสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) มา 1 ห้องเรียน จากจำนวน 4 ห้องเรียน และสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยการจับฉลากนักเรียนห้องที่สุ่มได้ เพื่อจัดเป็นกลุ่มทดลองจำนวน 15 คน

ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย
     ตัวแปรอิสระ/ตัวแปรต้น /ตัวจัดกระทำ
     การใช้กิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิต
     ตัวแปรตาม      พฤติกรรมความสุข

นิยามศัพท์เฉพาะ
     1. เด็กปฐมวัย หมายถึง นักเรียนชาย-หญิง อายุระหว่าง 5-6 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 2
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2549 โรงเรียนวัดอ่างแก้ว (จีบ ปานขำ) แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ
กรุงเทพมหานคร สังกัดสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร
     2. พฤติกรรมความสุข หมายถึง การแสดงออกมาที่สะท้อนถึงความสุขอยู่ในระหว่างที่ได้จัด
กิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิต หมวดบทเรียนความสุข โดยแสดงความรู้สึกเป็นการตอบด้วยถ้อยคำ และการแสดง
พฤติกรรมการปฏิบัติตน เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นว่านักเรียนมีพฤติกรรมความสุข ซึ่งวัดโดยแบบสังเกตที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น

สมมุติฐานการวิจัย
     เด็กปฐมวัยที่ได้รับการใช้กิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิตมีพฤติกรรมความสุขสูงขึ้น

งานวิจัยนี้นำแนวคิดทฤษฏีทางการศึกษาพฤติกรรมใดมาใช้บ้าง
     1. สร้างความรักและศรัทธา ต่อการเรียนเป็นสิ่งจำเป็นมาก เพราะจะช่วยให้นักเรียนเกิด
ความรัก ความสนใจต่อบทเรียน ต่อครู และผู้ร่วมเรียน การสร้างศรัทธาจะเกิดขึ้นได้ โดยการสร้างความ
เข้าใจที่ตรงกัน ครูต้องเข้าใจนักเรียน ครูต้องเข้าใจตนเอง รู้บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ รู้สภาพ
ของตัวเอง
     2. เห็นคุณค่าจากการเรียนรู้ การเรียนของเด็กจะประสบความสำเร็จ เมื่อเขาเห็นคุณค่า
ของการเรียนรู้ว่าเรียนไปทำไม เรียนไปเพื่ออะไร เรียนแล้วได้อะไร เรียนแล้วจะเป็นอะไร เด็กจะเห็นว่า
บทเรียนแต่ละบทมีคุณค่าก็ต่อเมื่อสิ่งที่เขาเรียนนั้นเป็นประโยชน์ และมีความหมายต่อตัวเอง
     3. เปิดประตูสู่ธรรมชาติ การเรียนแต่เฉพาะในห้องเรียนบางครั้งอาจจะรู้สึกคับแคบและ
อึดอัดทั้งครูและเด็กจะรู้สึกสดชื่น และมีชีวิตชีวาขึ้นหากได้มีการออกไปนอกห้องเรียน เด็กนั้นตามธรรมชาติของเขาเป็นนักค้นคว้า และชอบเสาะแสวงหาคำตอบเกี่ยวกับโลกรอบตัว
     4. ความมุ่งมาดและมั่นคง การรู้จักตัวเอง รู้จุดดี จุดด้อยของตน ยอมรับสภาวะแห่งตน
ไม่ดูถูกตนเอง ไม่โทษคนรอบข้าง ใจกว้าง และพร้อมจะปรับปรุงแก้ไขรู้จักระงับอารมณ์ มั่นใจและตั้งใจจริง ย่อมจะนำความสำเร็จในชีวิต

วิธีดำเนินการวิจัย
     ประชากร
          ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชาย-หญิง อายุระหว่าง 5-6 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2549 โรงเรียนวัดอ่างแก้ว (จีบ ปานขำ) แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร สังกัดสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร จำนวน 4 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 140 คน
กลุ่มตัวอย่าง
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่นักเรียนชาย-หญิง อายุระหว่าง 5-6 ปีที่กำลังศึกษาอยู่ชั้น อนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2549 โรงเรียนวัดอ่างแก้ว (จีบ ปานขำ) แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร สังกัดสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้มาโดยวิธีสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) มา 1 ห้องเรียน จากจำนวน 4 ห้องเรียน และสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยทำการจับฉลากนักเรียนห้องที่สุ่มได้ เพื่อจัดเป็นกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 15 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
     1. แผนการจัดกิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิต
     2. แบบสังเกตพฤติกรรมความสุข

การดำเนินการวิจัย
     ในการวิจัยเรื่องการศึกษาพฤติกรรมความสุขของเด็กปฐมวัยโดยใช้กิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิต
ผู้วิจัยได้ดำเนินการศึกษาตามลำดับขั้นตอนดังนี้
     1. การกำหนดประชากร และกลุ่มตัวอย่าง
     2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
     3. การเก็บรวบรวมข้อมูล4. การวิเคราะห์ข้อมูล และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

การวิเคราะห์ข้อมูล
     ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ ผู้วิจัยดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป
     1. วิเคราะห์หาสถิติพื้นฐานของพฤติกรรมความสุขของเด็กปฐมวัย
     2. เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างคะแนนพฤติกรรมความสุข ก่อน – หลัง โดยใช้สูตร (t – test dependent )

การวิเคราะห์ข้อมูล
     1. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมความสุขของเด็กปฐมวัย
หาความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของแบบสังเกตพฤติกรรมความสุขของเด็กปฐมวัยโดยใช้ดัชนี
ความสอดคล้องระหว่างลักษณะพฤติกรรมกับจุดประสงค์ (บุญเชิด ภิญโญอนันตพงษ์. 2526 : 89)
( IOC = N , Σ R ) เมื่อ IOC แทน ดัชนีความสอดคล้องระหว่างลักษณะพฤติกรรมกับจุดประสงค์
Σ R แทน ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ
N แทน จำนวนผู้เชี่ยวชาญ

สรุปผลการวิจัย
     จากการวิเคราะห์ข้อมูลสรุปได้ดังนี้
     1. เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิต มีพฤติกรรมความสุขโดยรวมหลังการ
ทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
     2. เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิต มีพฤติกรรมความสุข ด้านสนุกสนานกับ
ประสบการณ์แห่งความสุข ด้านเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับความสุข ด้านเสริมสร้างทักษะทางสังคมสำหรับ
ความสัมพันธ์ที่เป็นความสุข เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 และ
สอดคล้องกับการสังเกตพฤติกรรมความสุขของเด็กปฐมวัยขณะร่วมกิจกรรมที่ครูบันทึกไว้

ข้อเสนอแนะ
     1. การจัดทำแผ่นภาพกิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิตที่แสดงออกถึงพฤติกรรมความสุขมาติดใน
ห้องเรียน ให้อยู่ระดับสายตา เป็นสื่อที่ดีให้เด็กเข้าไปศึกษาเพิ่มเติม
     2. การใช้คำพูดที่เป็นรูปธรรมมากกว่านามธรรม
     3. ครูผู้สอนต้องทำตนเองให้มีคุณสมบัติที่สร้างบรรยากาศที่มีคุณค่าเป็นพื้นฐาน เป็นการ
สนับสนุนให้เด็กพัฒนาพฤติกรรมความสุขให้มากที่สุด
     4. ครูผู้สอนสามารถนำแผนการจัดกิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิตไปประยุกต์ใช้ร่วมกับการจัด
กิจกรรมหลักของเด็กปฐมวัยในแต่ละวันได้

เอกสารอ้างอิง / บรรณานุกรม
http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Ear_Chi_Ed/Sriwilai_C.pdf


สะท้อนองค์ความรู้ที่ได้จากวิจัย
     1. เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิต มีพฤติกรรมความสุขโดยรวมหลังการ
ทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
     2. เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิต มีพฤติกรรมความสุข ด้านสนุกสนานกับ
ประสบการณ์แห่งความสุข ด้านเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับความสุข ด้านเสริมสร้างทักษะทางสังคมสำหรับ
ความสัมพันธ์ที่เป็นความสุข เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 และ

สอดคล้องกับการสังเกตพฤติกรรมความสุขของเด็กปฐมวัยขณะร่วมกิจกรรมที่ครูบันทึกไว้







  การประเมิน  

ประเมินอาจารย์ คอยให้คำแนะนำเพิ่มเติม
ประเมินเพื่อน นำเสนออย่างตั้งใจมีผิดพลาดบ้าง
ประเมินตนเอง  ตั้งใจฟังและ นำเสนออย่างตั้งใจมีผิดพลาดบ้าง



ครั้งที่ 13

วันศุกร์ที่  24 เมษานน  พ.ศ 2563  เวลาเรียน  13:30-16:30 น    อ.  กฤตธ์ตฤณน์    ตุ๊หมาด             วันนี้อาจารย์ย้ำถึงงานช...